
แหล่งข่าวจากโรงงานเหล็กในจีนระบุว่า ยอดขายในต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการบริโภคเหล็กในภาคการผลิตในช่วงเดือนกรกฎาคม ในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังคงซบเซา
ข้อมูลจากศุลกากรจีนระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม การส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้เหล็กเป็นส่วนประกอบหลักพุ่งสูงขึ้น 33.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (คิดเป็นมูลค่าในสกุลเงินดอลลาร์) โดยมูลค่าการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
การส่งออกรถยนต์ยังคงมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ข้อมูลจากศุลกากรระบุว่า ในเดือนกรกฎาคม จีนส่งออกรถยนต์จำนวน 1.09 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 57.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดการส่งออกในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 มีจำนวนรวม 6.4 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 53.7% จากปีก่อนหน้า
การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกมีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับภาวะการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ระบุว่า ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมของจีนในเดือนกรกฎาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งชะลอตัวลงจากการขยายตัว 1.3% ในเดือนมิถุนายน และต่ำกว่าอัตราการเติบโต 3.7% ที่บันทึกไว้ในเดือนกรกฎาคม 2025 อย่างมาก
ภาวะซบเซาของยอดค้าปลีกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภค ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงเดือนสิงหาคม
ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (China Passenger Car Association) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ระบุว่า ยอดขายปลีกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในช่วงวันที่ 1-16 สิงหาคม มีจำนวนรวม 628,000 คัน ลดลง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเวลาเดียวกันของเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ ยอดขายปลีกสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 16 สิงหาคม อยู่ที่ 10.8 ล้านคัน ซึ่งลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจมหภาคระดับภูมิภาคระบุว่า ข้อมูลประจำเดือนกรกฎาคมของภาคอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และการบริโภค ล้วนออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ไม่น่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ในระยะอันใกล้นี้ โดยทางการมีแนวโน้มที่จะพิจารณาออกมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เฉพาะในกรณีที่ข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนสิงหาคมและกันยายนยังคงอ่อนแอ